posted on 01 Dec 2009 11:48 by krisboy011
→"Th€ Ðisconnect²"←
ผมชื่อกิต
พวก...ละชื่อไรกันบ้าง
~ผมไม่เจ๋ง~
~เรียนก้ไม่เรียนงานก้ไม่ทำ~
>>>จนติดร.จนได้ไง<<<
→ เกมผมก้ไม่เล่นงานผมก้ไม่ทำไม่มีอะไรดีซักอย่างเร้ย ←
"ส่วนเรื่องเรียนอ่ะน่ะ ชอบ อยู่ แค่ คณิต กับ อังกฤษ (ครูใจดีอ่ะ) 5555"
เรื่องการพนันผมไม่ชอบเล่นครับ แต่ถ้าจาเ่ล่นก้มาบอกล่ะกาน อยากเล่นด้วยอ่าๆ
เป้า ละ 5 ก้มา หรือ 5 เป้า 5 ก้มาเลย 555+
T-Tจีบหญิงไม่ติดT-T หน้าตาไม่ดีก้อเลยโสด555+
ก้ผมมันเปนพวกสถุนไง เหนเค้าด่าอ่ะน่ะ 555+
ไม่รู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับฉัน
แต่ความเกรงนั้นก็คงบ่งชี้
แม้ไม่รักไม่เป็นไรหรอกคนดี
ฉันคนนี้รักเธอข้างเดียวก็ได้ไม่เป็นไร
เพียงเธอยังไม่รังเกียจ
ไม่เครียดที่ฉันจะอยู่ใกล้ใกล้
อย่ากลัว...เพราะฉันไม่ได้หวังอะไร
ไม่คิดครอบครองหัวใจ...เพียงอยากอยู่ใกล้ๆ...เท่านั้นคนดี
แต่อย่างไง!~เธอคือคนที่ผมให้ใจมากที่สุด
edit @ 1 Dec 2009 11:03:08 by →"The Disconnect"←
posted on 01 Dec 2009 11:43 by krisboy011
- ชื่อ-นามสกุล
เอ็ม-อรรถพล ประกอบของ
- วันเกิด
28 กันยายน 2521
- อายุ
25 ปี
- ส่วนสูง
178 เซนติเมตร
- น้ำหนัก
68 กิโลกรัม
- วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี
- ผลงานด้านการร้องเพลง
ร้องเพลงประจำที่ร้าน COTTAGE
- แนวเพลงที่ถนัด
HIP HOP, RAP
- ความสามารถพิเศษ
สามารถตีกลอง PERCUSION
- ลักษณะนิสัยที่โดดเด่นที่สุด
ชอบเคาะ, โยกตามจังหวะดนตรี
- เหตุจูงใจในการสมัคร
อยากเป็น THE STAR 2
ผมร้องเพลงประจำอยู่ที่ร้าน "คอตเทจ" ร้านเดียวกับจิ๋ว, นิว ( เดอะสตาร์ 1 ) ตอนที่มีการแข่งขัน "เดอะสตาร์" ครั้งแรกผมก็มาเข้าร่วมแข่งด้วย แต่ตกรอบครับ เข้ารอบ 50 คนแต่ตกตอน 12 คน ตกรอบเพราะเตรียมตัวมาไม่พร้อมครับ อย่างเรื่องการดึงดูดผู้ฟังให้สนใจในตัวเรา แล้วก็การเลือกเพลงให้เหมาะสมกับตัวเอง ตอนนั้นก็เสียความมั่นใจไปเหมือนกับครับ คือเหมือนกับเราได้ทำอะไรพลาดไปในชีวิตอย่างหนึ่ง คือตั้งความหวังไว้ว่าอย่างน้อยก็ให้ผ่านภาคเหนือไปก่อน แต่พอจริงแล้วเราก็ตื่นเต้น แล้วก็เตรียมตัวมาไม่พร้อม เพลงที่เราจะร้องด้วยก็เลยทำให้เราพลาดอะไรไปหลายๆ จุด ก็ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนน่ะครับ กว่าจะกลับมาสดใส เฮฮา ร่าเริงเหมือนเดิม
และผมก็ได้เห็นความประสบความสำเร็จที่ได้เป็นเดอะสตาร์ แล้วก็ความตั้งใจของเราในครั้งแรกก็เลยอยากทำให้มันดีขึ้นมา ก็เลยกลับมาลองสมัครดูอีกครั้งในปีนี้ครับ ก็เหมือนกับเป็นความฝันอย่างนึงน่ะครับ เผื่อกรรมการเค้าจะเห็นในความเป็นตัวเรา ตอนแรกเราก็ท้อเหมือนกันว่าตกรอบไปแล้วครั้งนึง คือก็ไม่อยากมาแล้ว เพื่อนๆ ก็บอกว่าครั้งนี้เราอาจจะทำได้ไม่ได้ดี ครั้งหน้าเราทำให้ดีกว่านี้ รับรองว่าเค้าต้องเห็นอะไรดีๆ ในตัวเราเหมือนกัน
edit @ 1 Dec 2009 11:47:34 by →"The Disconnect"←
edit @ 1 Dec 2009 11:49:41 by →"The Disconnect"←
posted on 28 Nov 2009 13:17 by krisboy011
|
|
|
1. หลีกเลี่ยง
การหลีกเลี่ยงต่างจากการหลีกหนี ไม่ได้แปลว่าคุณขี้ขลาด
หรือกลัวเลยซักนิดเดียว แต่มันหมายถึง
การแสดง EQ ในตัวคุณต่างหาก
ที่สามารถระงับอารมณ์โกรธได้เป็นอย่างดี
|
|
|
2. หาที่ปรึกษา
แต่จะปรึกษา หรือระบายอะไรกับใครทั้งทีก็ดูตาม้าตาเรือหน่อยนะคะ
ว่าเค้าคนนั้นไว้ใจได้แค่ไหน ไม่งั้นอาจจะเป็นงูพิษแว้งกัดคุณทีหลังก็ได้
|
|
|
3. กินแก้โกรธ
เรื่องกินเนี้ยไม่เข้าใครออกใครจริง
ๆนะคะไม่ว่าใครถ้าลองได้กินอาหารสุดโปรด
สุดอร่อยที่ตัวเอง ชอบแล้วล่ะก็ ลืมเรื่องอื่นไปได้เลย
ว่าแต่อย่าโกรธบ่อยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
|
|
|
4. เย็นดับร้อน
หาเครื่องดื่มเย็น ๆซักแก้วเผื่อว่าความเย็น
ความหวานของเครื่องดื่มจะช่วยดับความร้อนภายในใจ
ของเราได้บ้างแต่อย่าเอาแบบที่แอลกอฮอล์เลยนะคะ
เพราะมันอาจจะทำให้เราขาดสติ เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ค่ะ
|
|
|
5. หัวเราะชนะโกรธ
เพราะการหัวเราะนั้นมีแต่ประโยชน์ค่ะ ไม่เคยมีโทษต่อร่างกายเลย
คิดซะว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ดูหน้าตัวเองตอนกำลังโกรธ
ในกระจกก็ได้ค่ะ มันคงตลกไม่น้อยเลย
หัวเราะให้ความโกรธมันกระจายไปเลย
|
|
|
6. น้ำตาชนะทุกอย่างได้
การร้องไห้นั้นเป็นการระบายความเครียด
รวมทั้งระบายความโกรธได้อีกด้วย ลองปล่อยน้ำตาให้ไหล
โดยไม่ต้องบังคับดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าร้องไห้ช่วยไล่ความโกรธได้จริงๆ
|
|
|
7. ร้องเพลงไง
การร้องเพลงจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้
ร้องตะโกนให้มันดัง ๆ ปลดปล่อยอารมณ์ออกไปให้เต็มที่
แล้วความโกรธก็จะหลุดลอยไปตามเสียงเพลงนั่นแหละค่ะ
|
|
|
8. ลืมมันซะ
หากิจกรรมดีดีทำ เลิกคิดถึงเรื่องที่ทำให้คุณโกรธ
ให้สมองได้พักผ่อนอยู่กับสิ่งที่คุณชอบ และรักดีกว่า
อย่าไปใส่ใจกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย
|
|
|
9. นอนหลับซะเลย
เวลาที่คนเราโกรธจะรู้สึกปวดหัว
แล้วหัวมันก็เกิดหนักขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รับรอง
ว่าถ้าคุณได้นอนหลับเอาแรงซักงีบ เมื่อคุณตื่นขึ้นมา
คุณจะต้องรู้สึกดีขึ้นอย่างแน่นอนเลยค่ะ
|
|
|
10. รู้จักอภัย
ฟังดูแล้วออกจะเป็นนางเอกไปซักนิด แต่ลองทำดูซิคะ
แล้วคุณจะรู้ว่าการให้อภัย นอกจากจะเป็น การให้โอกาสคนอื่นแล้ว
ยังทำให้เราสบายใจขึ้นได้อีกด้วย ลองให้อภัยคนอื่นดูซิคะ
แล้วจะรู้ว่าชีวิตเราดีขึ้นขนาดไหน
|
|
edit @ 28 Nov 2009 13:22:06 by →"The Disconnect"←
edit @ 28 Nov 2009 13:25:50 by →"The Disconnect"←